ข่าว:



กันร้อน pajero sport เคลือบแก้ว pajero sport
สนับสนุนคลับ >>     Sticker Club    สั่งเสื้อคลับ All-New Pajero sport >>     GT 4WD   GT    GLS LTD

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


keamglad

  • LIKE : 0


มินิรีวิว Pajero Sport GT ขับ2 ตามประสาคนเคยขับรถซิ่งโหลดเตี้ย มาเจอคันนี้ ?????

เกริ่นก่อนว่า รีวิวนี้ทำเองล้วนๆ ไม่มีอามิจสินจ้างหรือเป็นหน้าม้าแต่อย่างใด  เพราะงานที่ทำทุกวันต้องรีวิวข้าวของใหม่ๆอยู่ตลอดอยู่แล้ว  เมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งไปถอยรถใหม่กับเค้ามาคันนึง  ก็เลยอยากมาแชร์ให้คนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อได้อ่านเป็นข้อมูล เผื่อจะได้บุญบ้างอะไรบ้าง เพราะตัวเองก่อนจะซื้อคันนี้ บอกตรงๆว่า หาข้อมูลอะไรๆที่เป็นข้อมูลผู้ใช้งานจริงๆไม่ได้เลย  มีแต่รีวิวจากสำนักข่าวที่ได้รถมาฟรีบ้าง   คนใช้งานจริงที่มาเขียน 2-3 บรรทัดบ้าง  ไปลองเทสตัว 4WD ก็ไม่ค่อยได้อะไรเท่าไร่นะ เพราะความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน 

ก่อนอื่นมาอธิบายพื้นฐานให้เข้าใจก่อนว่า ผมมีพื้นฐานมาจากรถอะไร จะได้เข้าใจสภาพว่าผมชอบแบบไหน รู้สึกอย่างไร  บางท่านอาจรู้สึกไม่เหมือนผม บางคนอาจขับกระบะมาก่อน หรือขับรถนุ่มๆ ย้วยๆมาก่อนก็ให้หารความรู้สึกเอาเองนะครับ
ว่าแล้วมาเริ่มกันเลย   ก่อนหน้านั้นผมขับ FD MT ตัวซิ่ง ปรับช่วงล่าง เปลี่ยนสปริง  ช่วงล่างแข๊งโป๊กชนิดที่ขึ้นลูกระนาดต้องชะลอจนเกือบจะหยุด  ลงหลุมทีน้ำตาแทบไหล ช่วงล่างรับรู้ทุกสภาพถนนขึ้นมาบนตัวรถ
เสียงเครื่องยนตร์ กับเสียงยางชัดมาก  โดยเฉพาะเสียงเครื่อง  ข้อดีคือมันรู้สึกสปอร์ทมาก (ไปหน่อย)

และข้อดีอย่างมากคือ ต้นแม่มแรงมากครับ  คือมันเป็นรถเกียร์ธรรมดาที่แค่เอาเท้าแตะๆคันเร่งแบบยังไม่ทันได้กด รถก็พุ่งห้อตะบึง โดยไม่ต้องเมื่อยเท้าเหยียบคันเร่งเลยครับ เหยียบมาๆ  คำว่ารอรอบคือไม่มีในคันนี้ อัตราเร่งมาตั้งกะ 1500 ลากไปยัน 5000-7000 รอบยาวๆไป   ยิ่งลากรอบมากยิ่งแรง แต่ต้องทนกับเสียงเครื่องยนตร์ที่ดังกระหึ่มในห้องโดยสารเอาหน่อย
ข้อดีอีกอย่างคือ  ช่วงล่างหนึบ ไม่มีโยน ไม่มีย้วย โช๊กลงคอสะพานยุบหนึ่งทีแล้วขึ้นแล้วหยุด นิ่งสนิท  พวงมาลัยคมกริบ  หนืดไม่ไวกำลังดี เรียกว่าจะเอาช่องไหน กี่ซม หลบอะไรบนถนน ใส่เข้าไปมันได้ดั่งใจ พวงมาลัยเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของคนขับ อยากไปเลนไหน ช่องไหนโยกไปเถอะ อาการโยนซ้ายขวาไม่มี โยกเร็วๆ ซ้ายสุดไปขวาสุดได้สบาย



ทีนี้ความรู้สึกที่มาลองขับ PJS ตัวใหม่ ผมจะแบ่งเป็นข้อๆ ตาม prioroty ที่ผมให้ความสำคัญจากมากไปน้อยสุดดังนี้
ปล. คันนี้ผมโชคดีไม่เจอดีเฟคอะไรเลย  ไม่ว่าจะพวงมาลัย หรืออาการอะไรอย่างอื่น ส่วนหลังคาที่บอกมีไอน้ำนี่ ผมบอกตรงๆนะ
คือความสูงรถมันท่วมหัวเราแล้ว ไม่รู้จะปีนขึ้นไปดูหลังคามันทำไมอะครับ ไม่มีผลต่อการใช้งานผม ดังนั้นข้อนี้ขอผ่าน

1. เครื่องยนตร์ + เกียร์
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น รถคันเก่าผมนี้มันแค่แตะๆคันเร่งก็ห้อตะบึงยังกะหมาบ้า  แต่คันนี้ ความรู้สึกผมคือ เฮ้ย มรึงตื่นยังว่ะ วิ่งสิวิ่ง   รถเป็นไรเปล่าว่ะ ไหนลองเหยียบคันเร่งลึกลงไปสิ  เออเฮ้ย  คันเร่งคันนี้ไม่เหมือนคันเก่าผมคือ มันลึกมาก เหยียบได้ลึก ระยะเหยียบมากกว่าจมเลย  ถ้าเหยียบๆแตะๆเบาๆแบบเดิมนี้ความเร็วแทบไม่ขึ้นเลยครับ


ส่วนเกียร์  ตัวนี้ถูกเซ็ทมาให้เกียเยอะ และขยันใช้เกียร์สูงมันเน้นประหยัด 
ดังนั้นอันนี้ต้องปรับตัวฮะ เรียกมาปรับทัศนคติกันพักใหญ่ก็เรียนรู้ว่า  รถมันเรี่ยวแรงดี แต่ต้องเหยียบลึกหน่อย ถ้าเหยียบสุดแล้วก็พุ่งดีครับ  พอรู้แบบนี้ ปรับกันนิดหน่อย ผมก็ปรับตัวให้เข้ากับรถ (รถมันคงปรับตัวให้เข้ากับผมไม่ได้) และเรียนรู้ที่จะเหยียบคันเร่งลึกขึ้น  และทนกับช่วงออกตัวที่อืดหน่อยในช่วง 1000-1900 รอบ  พอความเร็วหลังจากนี้ รอบแตะ 2000 กำลังก็มาแบบพอเพียงครับ  ขับในเมืองก็สบายดี อืดหน่อยนะคนดี  ไปช้าๆใจเย็นๆ   ทิ้งอารมณ์ขาซิ่งไป ท่องไว้ว่า เราแก่แล้ว จะไปซิ่งอะไรละ  ไปเรื่อยๆ ถึงแน่นอนแต่ปลอดภัยนะจ๊ะ



2. ช่วงล่าง อันนี้ละครับคือไฮไลท์  เพราะผมเคยขับรถที่จัดอันดับก็อยู่คนละขั้ว ตรงกันข้ามกับคันนี้มาก่อน
พูดง่ายๆว่าถ้าจัดเรท คันเดิมผมจะอยู่ฝั่งซ้ายสุดคือช่วงล่างมันแข๊ง นั่งตึงตังๆ  แต่เฟิร์ม รถไม่มีโยกซ้ายโยกขวา   ส่วนคันนี้ให้อยู่ขวาสุด นุ่มมาก  นี่ขับรถหรือขับเรือ หรือนั่งอยู่บนมาร์ชเมลโลหรือเปล่า
ความรู้สึกแรกที่ขับกลับมาจากโชว์รูมและลงมาเข้าบ้านคือ    เวียนหัวว่ะ  :(  เวียนหัว มึนๆ  ใครนึกไม่ออกให้นึกถึงนั่งเรือข้ามฝาก หรือเรือเฟอร์รี่ไปเกาะตามภาคใต้ มันจะลอยๆ เด้งขึ้นหน้าถอยหลัง มีซ้ายขวาบ้าง
อาการเนี่ยถ้าคนขับมีน้ำหนัก (ตัว) เยอะ หรือบรรทุกของด้านหลัง หรือมีคนนั่งเกินกว่าหนึ่งคนอาการจะไม่ค่อยเกิดครับ  เพราะรถมันมีน้ำหนักบรรทุก  แต่ผมผู้ชายตัวนิดเดียวน้ำหนักไม่ถึง 60 ด้านหลังโล่ง ไม่มีคนนั่งข้าง นั่งแล้วช่วงล่างแทบจะไม่ยุบ มันเลยมีระยะโช้คยืดยุบตัวเยอะเป็นธรรมดา
อันนี้ผมต้องปรับตัวเยอะสุด  คือต้องทำใจจากขับรถช่วงล่างสไตล์เกวียน เป็นรถที่ช่วงล่างสไตล์เรือ โยกๆนิ่มๆ   ผมแก้ปัญหาเบื้องต้นโดนเอาไปเติมลม 38 หน้าหลัง   


ถามว่าดีมั๊ยช่วงล่างแบบนี้ สำหรับผมนะ ผมว่ามันสบายสำหรับคนนั่งข้างๆ และคนขับที่ไปเรื่อยๆใจเย็นๆ แบบลุงแก่แล้ว ใครจะแซงเชิญเลย  แต่สำหรับใครที่อยากซิ่ง โยกหลบ ซิกแซก หรือรีบจะไปทำธุระให้ทัน หรือขับออกต่างจังหวัด โยกรถเร็วๆหลบนู้นหลบนี้ ผมว่าไม่ใช่อะกิ๊ฟ มันไม่ใช่  ช่วงล่างแบบนี้มันไม่ใช่  :'(
ล่าสุดได้ขับไปพัทยา  ความรู้สึกคือ รถใหญ่แบบนี้ มันสบาย ไม่ค่อยเหนื่อยเหมือนเดิม รถไม่สะเทือนมาก ไปเรื่อยๆนุ่มๆเหมือนเรือ ไม่เร่งไม่รีบ แป๊ปเดียว เฮ้ยถึงแล้ว  นี่คือข้อดี คือไม่ต้องทนกับช่วงล่างแข๊งๆ เสียงลมเสียงเครื่องยนตร์  พอรถมันนุ่ม เราก็ใจเย็น ไม่เหนื่อยเมื่อถึงจุดหมายปลายทางครับ   แต่ถ้ารีบอยากถึงเร็วๆ หรืออยากขับสนุกๆ  ผมว่าเปลี่ยนรถเอาคันอื่นไปเถอะครับ



3. มิติรถ
ใหญ่จริงๆอะไรจริงครับ  ขึ้นไปขับ ทัศนวิสัยนี่ยังกับขึ้นไปขี่บนหัวชาวบ้านเค้า  รถใหญ่ ล้อสูง  ความคล่องตัวก็ลดลงไปบ้าง  ตรงนี้ผมต้องปรับตัว ก็พอรับได้ครับ 

แลกกับพื้นที่ด้านหลัง ที่ผมเผื่อไว้ขนของสำหรับในงานของผมในบางครั้ง (ตอนแรกเลือกเทียบกับ HRV) เอาตลับเมตรไปวัดพื้นที่หลังกันเลย แบบไม่อายเซลล์ บอกตรงๆว่า พื้นที่สูง HRV สูงกับกว้างกว่าอีก เฮ้ย ทำไมอะ (เพราะวัดพื้นที่ที่แคบที่สุดไง ไม่ได้วัดพื้นที่ที่กว้างที่สุดแบบพวกนิตยสารเค้า เพราะผมขนของที่ใช้ความยาว ไอ้ระยะที่กว้างที่สุดของรถนี่ไม่ได้ช่วยอะไรผมเลย) แต่ด้านลึกนี่ PJS ยาวกว่าเยอะ ประมาณ 15 ซมมั้ง ก็โอเคครับ


4. ภายใน  โอเคนะครับ แต่ถ้าเทียบกับคันเดิม พื้นที่หน้ารถคันเดิมผมเยอะกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ ด้านคนขับและคนนั่ง  ผมเทียบจากปกติจะขนกล่องซับวูฟเฟอร์ 12 นิ้วโดยวางที่เบาะคนข้างๆได้  แต่รถคันนี้ไม่ได้ครับ มันติดแท่นกลาง ยัดแล้วปิดประตูไม่ได้
ส่วนบรรยากาศในห้องโดยสารสำหรับผม โอเคให้ผ่าน ไม่ได้ถึงกับอวกาศแบบ HRV  และไม่ถึงกับย้อนยุค เรโทรไปแบบ Subaru XV ที่เดินขึ้นรถแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองใส่เชิ๊ตตัวโคร่งๆ กางเกงแสล๊กตัวใหญ่ๆ  ทำผมรากไทรเหมือนคนยุค 20-30 ปีก่อน   ตัว PJS แผงคอนโซลอยู่กลางๆแบบคนยุคนี้ครับ ผมรับได้




5. เบาะนั่ง ส่วนตัวผมนั่งอ่านรีวิวมา 100 กว่ารีวิว (เว่อร์) เค้าบอกเบาะนั่ง PJS นั่งสบายมาก   คือไม่รู้นะ สำรับผม มันไม่สบายอะ  มันเมื่อย  ปวดหลังโคตร   ผมสั่งเกตว่าคนที่ชมว่าเบาะนั่งสบายส่วนใหญ่จะตัวใหญ่  แต่ผมตัวเล็ก นั่งแล้วไม่รู้สึกว่าสบายปรับเบาะทุกอย่างแล้วก็ไม่ได้ สรุปไม่ผ่านครับสำหรับผม




ุ6. ฟังก์ชั่น
ส่วนตัวผมชอบฟังก์ชั่น Cruise control คันเก่าไม่มี คันนี้ใช้ขับทางไกลแล้ว  อ้าาาา มันสบาย ฟินไม่เมื่อยเท้า  ปรับความเร็วขึ้นลงทีละนิดได้ด้วย ชอบๆๆ   ส่วนฟังก์ชั่นกันชนคันหน้าร้องเตือนเบรกช่วย หรือพวกลูกเล่นอะไรพวกนี้บอกตรงๆ ไม่ได้ใช้หรอกครับ มันมาร์เก็ตติ้ง  ส่วนเบรคไฟฟ้าก็สบายดี แต่ลำบากชีวิตตรงตอนจะปลดเบรค ทำไมต้องเหยียบเบรคก่อน คือรถติดๆแทนที่จะปลดเบรคแล้วไปได้เลย นี่ต้องเหยียบเบรค มันเหนื่อยน้า





7. วิทยุ  ใช้งานยากจังๆๆๆๆๆๆ  ผมจะหาคลื่นวิทยุที่ผมชอบ แล้วล๊อคยังไงใครบอกผมที ยอมรับว่ายังไม่มีเวลาอ่านคู่มือ  จูนหาคลื่นเลื่อนทีละนิดๆๆ ลำบากมาก
เครื่องเสียง เสียงก็พอใช้ เทียบกับคันเดิมแล้วแย่กว่า เอาว่าพอฟังได้ ไม่ได้ดีเด่อะไร  ฟังเอาเพลินไปฟังข่าว จส100 หรือหาเพลงมาฟังในรถฆ่าเวลา
ส่วนช่อง USB นี่เสียบยากจริงๆอะไรจริง จะเอาไปซ่อนไว้ทำไมในช่องเก็บของข้าง  เวลาเสียบต้องจอดรถ หรือเอามือคลำๆหารูเอา



8. หน้าตา ภาพลักษณ์ มองข้างนอกนี่อย่างหล่อเลย หน้าตาคนตาเป็นต้อ เป็นฝ้า มองไกลๆนึกว่า Range rover สวยดี ผมชอบ ฮาๆ   ส่วนตัวผมชอบสีเงินนะ คือถ้าเป็นสีดำโครมเมียมข้างหน้าสีเงินมันจะตัดกันชัด ความเห็นส่วนตัวผมว่ารถที่โครมเมียมเยอะๆมันดูเหมือนกระบะ ขาดองค์ประกอบศิลป์ ไม่ค่อยพรีเมียม  และค่ายที่ชอบเอาโครมเมียมใหญ่ๆมาแปะหน้ารถก็รู้ๆกันอยู่ว่าค่ายไหน จุ๊ๆ   อันนี้ความเห็นส่วนตัวครับ ใครชอบก็ชอบ  ใครไม่ชอบก็ไม่เป็นไร  เป็นเรื่องปัจเจก


9. อัตราการกินน้ำมัน น้ำมันเต็มถัง 65 ลิตร มั้งถ้าจำไม่ผิด ขับไปแล้ว 500 โล เหลือครึ่งถัง  หน้าจอแจ้งว่าจะขับได้อีกประมาณ 300 โล   ดูหน้าจออัตราสิ้นเปลืองก็มีขึ้นมีลง  ผมสังเกตว่ารถจะประหยัดมากเมื่อขับลอยตัวในช่วงความเร็ว 40-80 และแตะคันเร่งนิดๆในสภาพจราจรที่ไม่ถึงกับจอดหยุดนิ่ง คือไปได้ลอยๆ ช่วงไหนรถเยอะก็ปล่อยคันเร่งมันไหล พอใกล้ถึงคันหน้าค่อยเบรค  ถ้าคันหน้าไม่จอดก็แตะคันเร่งไปต่อ จะได้ถึง 7ลิตร/100km (14 โลลิตร)   การจราจรแบบนี้หาได้ตามชานเมืองครับ
ส่วนในเมืองรถติดๆ มันทำได้ 10 โลลิตร ไปจน 8-9 โลลิตร
ส่วนตจว ไม่ประหยัดเท่าชานเมือง คือเหยียบความเร็ว 100-130 จะได้ราวๆ 12-13 โลลิตร หรือ 7.6ลิตร/100km 


ข้อมูลด้านบนนี้ไม่ได้มโนเองนะ ลองเองขับเอง ทั้งกทม ชานเมือง ตจว  ช่วงที่ประหยัดดีที่สุดคือชานเมือง ไม่ใช่ต่างจังหวัดความเร็วเดินทางแน่นวลลล  #:34

10. Navi
บอกตรงๆนะครับ เอาออกไปเถอะ ใช้งานยาก ใช้งานจริงไม่ค่อยได้ ใช้ใน google map ดีกว่าเยอะ เป็นฟังชั่นที่เสียพื้นที่และไม่สมเหตุสมผลในยุคนี้

11. DVD ด้านหลัง  มันหมดยุค DVD แล้วจริงๆครับ เชื่อผมเถอะมิตซู  dvd มันตายไปนานแล้ว จะทำทั้งที เอา Blueray หรือ Android box ที่ต่อเน็ท เซิรฟ์เน็ท เข้า youtube เล่นเว็บหาข้อมูล เขากูเกิ้ล มี Interne radio, เล่น Facebook แบบนี้มันใ้ช้งานจริงได้มากกว่า  สมัยนี้ไม่มีใครเค้าเอาแผ่นดีวีดีมาดูกันแล้วครับ เชื่อผมเหอะ ถึงยังมีคนที่ใช้อยู่ คุณก็เชื่อเถอะมันจะตายไปอีกไม่นานพร้อมกับคน gen เก่าๆพวกนี้ครับ  เด็กรุ่นใหม่ต้องออนไลน์ ดูยูทูป หรือ Bluray ครับ

12. พื้นที่ใส่ของด้านหลัง  ดูจากรูป ใส่ซับ 15 นิ้ว ใส่กล่องใส่ลังใหญ่ๆได้ น่าจะพอกับ Fortuner นะซึ่งจริงๆมันก็ได้เท่านี้แหละ  เยอะกว่านี้ก็กระบะแล้วครับ  ถ้าจะขนของเล็กๆพวกเสื้อผ้า ช้อปปิ้ง ขนของไปขายนี่เกินพอ 


13. ความพอใจ
ถามว่าพอใจมั๊ย  คือมันต้องปรับตัวอะ  เหมือนคนย้ายจากบ้านเดี่ยวแต่งหลุยทั้งหลัง ไปอยู่คอนโดแต่งโมเดิรน์   มีทั้งพอใจ และไม่พอใจ
ที่ไม่พอใจคืออันตราเร่ง ความคล่องตัว   แต่ต้องยอมรับ เพราะเราเลือกรถแบบนี้เอง ถ้ามีโอกาศเลือกใหม่ได้ จะเลือกรถเล็กลง คล่องตัวขึ้น ขับสนุกกว่านี้ และแลกกับพื้นที่ขนของที่น้อยลง

ที่หงุดหงิดใจ คือช่วงล่าง ผมว่ามันรับไม่ได้สำหรับวัยรุ่น (ตอนปลาย) แบบผมที่ใจมันยังรักการซิง  และหงุดหงิดพวกขับช้าเป็นเต่า บางทีอยากซอกแซกก็ทำไม่ค่อยได้นะ ต้องทำใจสบายๆ บนรถไปเรื่อย ถือซะว่าเรามันเจ้าคนนายคนแล้ว  นั่งเฉยๆ สบายๆแบบนี้แหละ ไปกวดไปอะไรมันหมดวัย อิอิ

สิ่งที่ชอบคือ ความนุ่ม (ทั้งรักทั้งเกลียด) เวลาขึ้นลูกระนาด แต่ก่อนนี่ตึง ตึง แข๊งจนรถสะเทือน  มา PJS นี่เหยียบไปเลย ไม่ต้องชะลอ นุ่ม ไม่รู้สึก  แลกกับความย้วยตอนขับเร็ว
และความสบาย ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อยล้อตอนเดินทางไกล  ยิ่งมีคนขับให้นี่โคตะระสบายครับ  ขับเองก็มีเมือยบ้าง (เบาะ) ส่วนการเดินทาง ความนุ่ม มันทำให้ร่างกายไม่ล้าเหมือนใช้รถซิ่งๆ หรือรถโหลด แน่นอน
อีกอย่างที่ชอบคือ แอร์เย็นมว๊ากกก   และมีช่องวางแก้วสองช่องด้านหน้า สบายๆๆๆๆ เอาอะไรมากินวางได้เลย  หรือจะวางของ วางกุญแจก็สะดวก


จบครับ ใครมีคำถามอะไรถามมาได้ ยินดีตอบและแบ่งปันแชร์ประสบการณ์กัน   ผมเห็นใจคนกำลังจะซื้อรถ แต่ไม่มีข้อมูลจริง มีแต่ข้อมูลผู้ผลิต และยูสเซอร์ที่รีวิว 2 บรรทัด และสื่อที่มีไบแอสเขียนอวยซะเว่อร์ (เข้าใจเค้านะ ยืมรถเค้ามาแต่จะไปด่ารถเค้าซะเละก็กระไรอยู่)

จบครับ บายๆ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 03, 2016, 12:18:50 PM โดย keamglad »

mitsuidol

  • LIKE : 3
เยี่ยมครับ แต่ดูที่ไมล์ 400 กม.กว่า  อาจจะยังไม่เจอปัญหาครับ  จขกท.ได้ขับบนถนนขรุขระหรือไม่เรียบบ้างหรือยัง สำหรับรถผม ขับ 4 ผมมีข้อสังเกตดังนี้
1. ถ้าขับบนถนนไม่เรียบ พวงมาลัยจะสะท้าขึ้นมาที่มือ  โดยเฉพาะรอยต่อของถนน ถ้าไม่เจอก็ถือว่าโชคดีมากครับ
2. วิ่งประมาณ 3000 กม.จะมีรอยคราบน้ำมันซึมที่อินเตอร์คูลเลอร์(รั่วครับ) บางคันเคลมไปแล้ว
3. ศูนย์รถไม่นิ่งกินซ้ายตั้งแต่ขับออกจากศูยน์มาเลย  เติมลมมาเยอะ เกือบ 50 PSI ต้องไปตั้ง   ศูนย์ใหม่
ผมเจอมาทั้ง 3 ปัญหา ข้อ 3 แก้ไปแล้ว ข้อ 1 กับข้อ 2 ยังไม่ได้ทำอะไร  ยังไงก็เข้าไปเคลมแน่ ถ้ารถ จขกท.ไม่เจอก็แสดงความยินดีล่วงหน้าครับ

New Mitsubishi Pajero Sport Club Thailand


keamglad

  • LIKE : 0
ข้อ 1 นี่ลองวิ่งทางขรุขระแล้วครับ ผมว่าพวงมาลัยไม่สะท้านนะครับ  ก็ปกติดี  ว่าแต่อาการสะท้านนี่มันชัดมากเลยเหรอครับ
ข้อ 2 int cooler นี่อยู่ตรงไหนครับ เดี๋ยวลองเช็คดูบ้าง
ข้อ 3 กินซ้ายนิดๆครับ     แต่ตอนลองไม่ได้ซีเรียสเพราะผมสังเกตรูระบายน้ำมันอยู่ซ้ายของถนนแสดงว่าถนนมันเอียงซ็ายนิดๆ  กับอีกอย่างผมว่ารุ่นนี้พวงมาลัยมันไวและเบามากนะ

เยี่ยมครับ แต่ดูที่ไมล์ 400 กม.กว่า  อาจจะยังไม่เจอปัญหาครับ  จขกท.ได้ขับบนถนนขรุขระหรือไม่เรียบบ้างหรือยัง สำหรับรถผม ขับ 4 ผมมีข้อสังเกตดังนี้
1. ถ้าขับบนถนนไม่เรียบ พวงมาลัยจะสะท้าขึ้นมาที่มือ  โดยเฉพาะรอยต่อของถนน ถ้าไม่เจอก็ถือว่าโชคดีมากครับ
2. วิ่งประมาณ 3000 กม.จะมีรอยคราบน้ำมันซึมที่อินเตอร์คูลเลอร์(รั่วครับ) บางคันเคลมไปแล้ว
3. ศูนย์รถไม่นิ่งกินซ้ายตั้งแต่ขับออกจากศูยน์มาเลย  เติมลมมาเยอะ เกือบ 50 PSI ต้องไปตั้ง   ศูนย์ใหม่
ผมเจอมาทั้ง 3 ปัญหา ข้อ 3 แก้ไปแล้ว ข้อ 1 กับข้อ 2 ยังไม่ได้ทำอะไร  ยังไงก็เข้าไปเคลมแน่ ถ้ารถ จขกท.ไม่เจอก็แสดงความยินดีล่วงหน้าครับ

mitsuidol

  • LIKE : 3
ข้อ 1 นี่ลองวิ่งทางขรุขระแล้วครับ ผมว่าพวงมาลัยไม่สะท้านนะครับ  ก็ปกติดี  ว่าแต่อาการสะท้านนี่มันชัดมากเลยเหรอครับ
ข้อ 2 int cooler นี่อยู่ตรงไหนครับ เดี๋ยวลองเช็คดูบ้าง
ข้อ 3 กินซ้ายนิดๆครับ     แต่ตอนลองไม่ได้ซีเรียสเพราะผมสังเกตรูระบายน้ำมันอยู่ซ้ายของถนนแสดงว่าถนนมันเอียงซ็ายนิดๆ  กับอีกอย่างผมว่ารุ่นนี้พวงมาลัยมันไวและเบามากนะ

เยี่ยมครับ แต่ดูที่ไมล์ 400 กม.กว่า  อาจจะยังไม่เจอปัญหาครับ  จขกท.ได้ขับบนถนนขรุขระหรือไม่เรียบบ้างหรือยัง สำหรับรถผม ขับ 4 ผมมีข้อสังเกตดังนี้
1. ถ้าขับบนถนนไม่เรียบ พวงมาลัยจะสะท้าขึ้นมาที่มือ  โดยเฉพาะรอยต่อของถนน ถ้าไม่เจอก็ถือว่าโชคดีมากครับ
2. วิ่งประมาณ 3000 กม.จะมีรอยคราบน้ำมันซึมที่อินเตอร์คูลเลอร์(รั่วครับ) บางคันเคลมไปแล้ว
3. ศูนย์รถไม่นิ่งกินซ้ายตั้งแต่ขับออกจากศูยน์มาเลย  เติมลมมาเยอะ เกือบ 50 PSI ต้องไปตั้ง   ศูนย์ใหม่
ผมเจอมาทั้ง 3 ปัญหา ข้อ 3 แก้ไปแล้ว ข้อ 1 กับข้อ 2 ยังไม่ได้ทำอะไร  ยังไงก็เข้าไปเคลมแน่ ถ้ารถ จขกท.ไม่เจอก็แสดงความยินดีล่วงหน้าครับ
ครับผม ข้อ 1 รถผม อาการสะท้านชัดมากครับ
ข้อ 2 int cooler อยู่ที่หันหน้าเข้ารถมองผ่านช่อง จะเห็นแผงคล้ายแผงระบายความร้อนสีอลูมีเมียม ด้านข้าง 2 ข้าง เป็นส่วนพลาสติกสีดำมีท่อต่อออกไป  น้ำมันจะรั่วซึมตรงแผงกับบริเวณข้อต่อกับพลาสติกสีดำ แต่ต้องวิ่งไปนานๆ ก่อน ถ้าเป็นถึงจะเห็นครับ
ข้อ 3 พวงมาลัยมันไวและเบาครับ

keamglad

  • LIKE : 0
ข้อเสียอีกอย่างที่ผมลืมไป คือ

เวลาเปิดไฟเลี้ยว หักพวงมาลัยแล้วหักกลับ ไฟเลี้ยวมันไม่ยอมคืนกลับให้ครับ ต้องเอามือสวิทกับเอง  จุดนี้บางคนมองว่าเป็นออปชั่น  แต่ผมว่ามันอำนวยความสะดวกและได้ใช้งานกว่าพวกออปชั่น  ตัดเครื่องยนตร์ตอนเหยียบคันเร่งกระทันหัน หรือแม้แต่เตือนชน อีกนะครับ

New Mitsubishi Pajero Sport Club Thailand



 


Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 

Facebook Comments