ข่าว:



โช้คอัพ pajero sport

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


roroeow9

  • LIKE : 0
 การเดินทางโดยเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางที่ต้องนั่งบนเครื่องบินนานๆ หรือมีระยะเดินทางไกล อาจทำให้เกิดความอ่อนล้า ความเครียด ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปวดหู เท้าบวม รวมไปถึงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเดินทางนั่งบนเครื่องบินแล้วเผลอหลับ เวลาตื่นขึ้นมาจะมีอาการปวดต้นคอ สาเหตุมาจากในขณะที่นอนหลับในท่านั่งนั้น น้ำหนักของศีรษะจะทำให้คอก้มลงมาทางด้านหน้า ซึ่งเป็นท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ทำให้ข้อต่อของกระดูกคอรับภาระมากขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า เกิดการตึงตัวและปวดเมื่อย เว็บแทงบอลต่างประเทศ
มีข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อต้องโดยสารเครื่องบินดังนี้

            - เมื่อคุณก้าวขึ้นเครื่องแล้ว จัดเก็บสัมภาระที่ถือติดตัวขึ้นไปยังห้องโดยสารบนเครื่องบินไว้บนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะนั้น ให้ยืนตัวตรง อย่าก้มหลัง และยืนให้อยู่ห่างจากช่องเก็บสัมภาระดังกล่าวในระยะที่สามารถใช้มือยกกระเป๋าสัมภาระวางขึ้นด้านบนได้พอดี ให้วางกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากไว้ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารด้านหน้าเพื่อที่จะได้ไม่ต้องยกกระเป๋าหนักๆ ขึ้นไปไว้ในที่ที่สูงเหนือศีรษะตัวเอง

            - นั่งประจำที่และคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว ให้นำหมอนขนาดเล็กสำหรับใช้เมื่อโดยสารเครื่องบินหรือแผ่นคาดเอวสำหรับรับน้ำหนักที่สามารถเป่าลมได้ วางไว้ที่บริเวณช่องว่างระหว่างช่วงหลังส่วนล่างกับที่นั่ง ซึ่งจะช่วยให้ไม่นั่งโดยที่ก้นอยู่ลึกลงไปยังเบาะนั่งมากเกินไป และยังเป็นการลดความเสี่ยงในการที่จะเกิดอาการปวดหลังในขณะโดยสารเครื่องบินอีกด้วย เกมส์พนันออนไลน์

            - อย่านั่งไขว่ห้าง เพราะการนั่งไขว่ห้างจะทำให้กล้ามเนื้อของขาหดเกร็งตัวสั้นลง การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก และทำให้เกิดการถ่ายเทน้ำหนักที่ไม่สม่ำเสมอเกิดขึ้นที่บริเวณสะโพกและกระดูกเชิงกราน ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้

            สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความเมื่อยล้า และการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายคือ การอยู่ในท่าทางใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้นระหว่างที่เดินทางบนเครื่องบิน เมื่อนั่งไปสักประมาณ 1-2 ชั่วโมง ควรลุกเดิน 1 รอบ และที่ต้องระวังเป็นพิเศษเวลาที่ต้องนั่งนานๆ คือ พยายามอย่านั่งหลังงอหรือนั่งหลังแอ่นมากเกินไป พยายามนั่งให้อยู่ในท่าที่สมดุล นอกจากนั้น ควรยืดเส้นยืดสายขยับร่างกาย ดังนี้

            - ให้หมุนไหล่มาข้างหน้าและย้อนไปข้างหลัง

            - นั่งยืดตัว และแอ่นหลังประมาณ 3-4 ครั้ง นำหมอนสอดไว้ระหว่างเบาะที่นั่งกับหลังเป็นพักๆ

            - นั่งหลังตรง เอียงคอไปทางซ้าย ขวา ก้มหน้า เงยหน้า และใช้ผ้าเย็นประคบที่บ่าหรือคอ

            - หมุนข้อเท้าจิกปลายเท้า กระดกปลายเท้าขึ้น และเหยียดปลายเท้าลงให้สุด

            สิ่งสำคัญอีกเรื่องที่ไม่ควรจะละเลยคือ สัมภาระในการเดินทาง หากต้องใช้กระเป๋าขนาดใหญ่ แนะนำให้เลือกใช้กระเป๋าสัมภาระประเภทที่มีล้อลาก

            นอกจากนั้น สัมภาระหรือกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักมากเกินไป และต้องถือติดตัวไปด้วยตลอด ให้วางกระเป๋าพักระหว่างทางบ้าง อย่าถือกระเป๋าหนักๆ ไว้นานเกินไป เพราะจะทำให้ปวดไหล่และหลัง รวมถึงควรระวังท่าทางในการยกกระเป๋า เพราะการยกหรือการเอื้อมหยิบกระเป๋าที่ผิดวิธี จะส่งผลต่อการบาดเจ็บที่หลังได้
     
            ถ้าต้องถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ ขึ้นบันได ไม่แนะนำให้ลากกระเป๋า เพราะนอกจากกระเป๋าจะพังง่ายขึ้นแล้ว การที่ต้องบิดเอี้ยวตัวไปมองกระเป๋าที่อยู่ข้างหลังนั้นเป็นท่าทางที่ฝืนธรรมชาติทำให้ปวดหลังได้ด้วย วิธีที่ถูกต้องก็คือให้ยกกระเป๋านั้นเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกัน ถ้ากระเป๋าหนักมาก หรือบันไดสูงมาก ยกทีเดียวไม่ไหว ก็ให้ค่อยๆ ยก แล้วหยุดพักระหว่างขั้นบันได

            สำหรับนักเดินทางแบบแบ็กแพค สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ ต้องสะพายกระเป๋าไว้บนบ่าทั้งสองข้าง เพื่อเป็นการแบ่งน้ำหนัก อย่าสะพายกระเป๋าไว้ข้างเดียวเด็ดขาด เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อไหล่-หลัง ข้างใดข้างหนึ่งอักเสบได้

            แค่นี้ก็ไม่ต้องกังวลกับอาการบาดเจ็บ ที่จะทำให้หมดสนุกกับทริปเดินทาง …..

New Mitsubishi Pajero Sport Club Thailand



Tags:
 


Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 

Facebook Comments